Close

ราชาแห่งธุรกิจโฆษณา The King Of Madison Avenue

david-ogilvy-writing-tips

เดวิด โอกิลวี คือใคร

สำหรับคนที่อยู่ในแวดวงโฆษณาอยู่แล้วคงไม่มีใคร ที่จะไม่รู้จักชายคนนี้ เดวิด โอกิลวี อดีตผู้ก่อตั้งและซีอีโอบริษัท โอกิลวี แอนด์ เมเธ่อร์ บริษัทเอเย่นซี่การตลาดระดับโลก การที่เดวิด โอกิลวี ได้รับการยอมรับว่า เป็นหนึ่งในผู้นำ ผู้บุกเบิก การตลาด การทำโฆษณา ทำให้เรื่องราวของเขาน่าสนใจมากไม่แพ้ เคล็ดลับ เทคนิคที่ได้จากหนังสือที่เขาเคยเขียนไว้อย่างเช่น Confessions of an Advertising Man คำสารภาพของนักโฆษณา

หนังสือเล่มนี้ บอกอะไร

แน่นอนครับว่า เนื้อหาส่วนใหญ่คือ อัตชีวประวัติ เรื่องราวชีวิตของ เดวิด โอกิลวี ผ่านมุมมองการเล่าเรื่องของ เคนเนท โรมัน ผู้ที่ได้ทำงานร่วมกับ เดวิด โอกิลวี ยาวนานถึง 26 ปี จัดว่าเป็นเล่มที่เล่าถึงชีวิตชายผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ได้ดีที่สุดเล่มหนึ่ง อีกทั้ง เคนเนท โรมัน ยังเป็นผู้เขียนหนังสือที่ เดวิด โอกิลวี แนะนำให้นักโฆษณา ต้องอ่าน ทำให้มั่นใจได้ว่า เรื่องราวที่คุณได้อ่านนี้ มาจากมุมมองของคนที่รู้จริง

สิ่งที่ได้จากหนังสือ

เรามักมองหาสูตรสำเร็จจากหนังสือแนว How To แต่นี่ไม่ใช่หนังสือแนวนั้น อย่าคาดหวังว่าจะได้เจอสูตรแบบนั้นครับ แต่เล่มนี้คือเรื่องราวชีวิต ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสัน เรื่องราวที่จะทำให้คุณได้เรียนรู้ไปกับช่วงเวลาต่าง ๆ ในชีวิตของ เดวิด โอกิลวี อีกทั้งตลอดเรื่องราว ยังเต็มไปด้วยลายแทงขุมทรัพย์ทางปัญญา ที่คุณสามารถไปค้นคว้า หาตำราเหล่านั้นมาอ่านเพิ่มเติมได้อีก

คนสำเร็จ ไม่ได้เกิดมาแล้วก็ พบความสำเร็จ ต้องผ่านเรื่องราว อุปสรรค และการเรียนรู้ คุณจะได้รู้ว่า เดวิด โอกิลวี เรียนรู้อะไรจากใคร ทำไมเขาถึงประสบความสำเร็จได้ยิ่งใหญ่ขนาดนี้

ส่วนสำคัญคือ เดวิด รู้ว่าตัวเองไม่เก่งเรื่องไหน ต้องปรับปรุงอะไร และให้การยอมรับคนที่เก่งกว่า ให้เกียรติ และกล้าที่จะเรียนรู้จากคนที่เก่งกว่า โดยไม่ได้ยึดถือว่าตัวเองจะเสียหน้า หรือจะกลายเป็นคนที่ด้อยกว่าแต่อย่างใด

ตลอดชีวิตในช่วงแรกของเดวิด โอกิลวี ได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชื่อดัง แต่ก็เรียนไม่จบ ต้องไปเริ่มต้นงาน ในครัว ในร้านอาหารที่ฝรั่งเศส งานนี้ทำให้เดวิด ได้เรียนรู้เรื่องของ ระบบ ระเบียบ มาตรฐานในการทำงาน ซึ่งส่งผลต่อการทำงานของ เดวิด โอกิลวี อย่างมาก จากนั้น เดวิด ไปเป็นพนักงานขายเตาปรุงอาหาร Aga งานนี้ทำให้เดวิดรู้ว่า ถ้าขายไม่ได้ ก็ไม่ได้เงินค่าตอบแทน และการจะขายของให้ได้ต้องมีความรู้ในสินค้านั้นอย่างแท้จริง

นี่คือ แนวคิดที่ส่งผลให้งานโฆษณาของ เดวิด โอกิลวี มุ่งเน้นที่ผลลัพธ์คือต้องขายสินค้าได้ ถ้าขายไม่ได้ ก็ไม่นับว่าเป็นความสำเร็จ โฆษณาอาจจะสนุก เป็นที่กล่าวถึง แต่ถ้าไม่เกิดยอดขาย ก็นับว่า ไร้ประโยชน์

จากนั้น เดวิด โอกิลวี ได้ทำงานที่ Gallup ซึ่งเป็นงานที่เกี่ยวกับการทำวิจัย เก็บข้อมูล ทำสถิติ งานนี้ก็เป็นหัวใจสำคัญ เป็นปรัชญาในการทำงานของโอกิลวี ที่จะต้องทำงาหนัก ทำงานเชิงลึก วิจัยข้อมูลของตลาด ของสินค้า ที่จะทำการโฆษณา ทำให้งานของเดวิด โอกิลวี โดดเด่น ไม่เหมือนใคร

ประสบการณ์ในการทำงานหลายอาชีพ เดวิด นำมาใช้กับงานของตัวเอง คือ 

  • งานโฆษณาต้องมีมาตรฐานสูง
  • งานโฆษณาต้องขายได้
  • งานโฆษณาต้องทำการวิจัยก่อนเสมอ

เดวิด โอกิลวี เก่งขนาดไหนกัน

เดวิด โอกิลวี เก่งในงานของตัวเอง คือ การเขียนโฆษณา การสร้างสรรค์ Creative แต่ในการบริหารงานนั้น ไม่ใช่จุดเด่นของชายที่เป็นดั่งศิลปินคนนี้ เดวิด มีประสบการณ์ที่อาจจะเรียกว่า บริหารงานผิดพลาด ได้เช่นกัน หลาย ๆ ครั้ง เขาเลือกใช้ผู้บริหารมืออาชีพมาช่วยงาน บริหารงานในบริษัทแทน ความผิดพลาดจากการตัดสินใจควบรวมกิจการ หรือแม้กระทั่งการวางแผน การใช้เงิน ที่ไม่ใช่จุดเด่นของเขาเลย ออกจะใช้จ่ายเงินฟุ่มเฟือยและทำให้ตัวเองมีปัญหาด้วยซ้ำ หรือแม้แต่ชีวิตแต่งงาน ก็ไม่ได้ราบรื่นนัก ด้วยความเป็นคนเจ้าอารมณ์ ก็ทำให้คนอยู่ด้วยไม่มีความสุขนัก

ในวัยเด็ก เรื่องเรียน เป็นเรื่องที่เดวิดเก็บไว้ในใจ โดยบอกกับตัวเองว่า ต้องทำให้ดีกว่านี้  ในวัย 17 ปี เดวิด ไปสมัครงานในบริษัทโฆษณาแต่ไม่ได้รับการคัดเลือกให้ทำงน เดวิดไปทำงานอีกหลายอาชีพ กว่าที่เดวิตจะได้เข้าสู่ธุรกิจโฆษณาก็เข้าวัยเกือบจะ 40 ปีอยู่แล้ว กว่าที่เดวิด โอกิลวี จะได้รับการยอมรับ ก็ใช้เวลาพอสมควร แต่ก็นั่นแหล่ะ เพราะไม่ได้ทำแต่อาชีพนี้ เขาถึงมีความโดดเด่นที่แตกต่าง จากนักโฆษณาคนอื่น ๆ

David-Ogilvy

บทสรุป

ส่วนตัวประทับใจกับเรื่องราวในหนังสือไม่น้อย คุณจะได้พบชื่อคนดัง ๆ ในประวัติศาสตร์มากมายในหนังสือเล่มนี้ โดยเฉพาะถ้าคุณอยู่ในสายงานการตลาด การโฆษณา ชื่อผู้ก่อตั้งบริษัทดัง ๆ มากมายที่ผ่านเข้ามาในเรื่องราวของเดวิด โอกิลวี เพราะยุคสมัยนั้น คือ ยุคสมัยการบุกเบิกของการตลาด การโฆษณายุคใหม่ การเรียนรู้เรื่องราวในอดีตอาจจะน่าเบื่อสำหรับบางคน แต่สำหรับผม นี่คือโอกาสอันดี ที่จะได้เรียนรู้เรื่องราวนั้นแล้วนำมาปรับใช้

สุดท้ายอยากฝากสิ่งนี้ไว้ เป็นบันทึกของ เดวิด โอกิลวี ในช่วงที่เพิ่งเข้าไปเปิดบริษัทโฆษณาในแผ่นดินอเมริกา

” นี่คือบริษัทเอเยนซีเปิดใหม่ ที่เพียรต่อสู้กับอุปสรรคต่าง ๆ ในบางเวลาเรารู้สึกว่า งานหนักและเงินน้อย แต่เป้าหมายหหลักของเราคือ การใช้ชีวิตอย่างผาสุกสำหรับคนที่เราทำงานด้วยกัน และสิ่งที่จะตามมา คือ ผลกำไร

ในการว่าจ้างคน เราจะเน้นไปที่คนหนุ่มคนสาว เรามองหาทีมนักสู้แบบยังเติร์ก เราไม่ต้องการพวกขวัญอ่อน เราต้องการสุภาพบุรุษที่มีมันสมอง

เอเยนซีจะใหญ่ก็ตามความเหมาะสมของมัน เราเริ่มภารกิจนี้ด้วยจำนวนเงินเล็กน้อย แต่เราจะกลายเป็นบริษัทเอเยนซีที่ใหญ่โตก่อนปี 1960 “

สิ่งสำคัญที่ เดวิด โอกิลวี สอนเสมอในการทำโฆษณาคือ Big Idea ความคิดที่ยิ่งใหญ่ คือต้องกระชากใจคนอ่านตรงนั้นเลย ถ้าปราศจาก Big Idea ก็เปรียบเสมือน เรือที่แล่นไปในความมืด หัวใจของการทำงานคือการสำรวจทางด้านการเขียนคำโฆษณาว่า จะโดนใจลูกค้าและมวลชนได้อย่างไร

Big Idea ไม่ได้สำคัญแค่งานโฆษณา แต่สำคัญกับชีวิตของเราทุกคน เรามีความคิดที่ยิ่งใหญ่ อะไรที่จะกระชากเราจากเตียงนอนในทุกเช้าได้บ้างไหม เรามีความคิดที่ยิ่งใหญ่อะไร ที่จะช่วยกระชากเราจาก Comfort Zone บ้างหรือไม่ หาสิ่งนี้ให้เจอ อย่าปล่อยให้ชีวิตเราเหมือน เรือที่แล่นไปในความมืด

แนะนำครับ หามาอ่านกัน หายากหน่อย แต่ก็คุ้มค่าแน่นอน

Work360 Founder : Online Marketing Partner : สอนการตลาดออนไลน์ ให้คำปรึกษา และบริการดูแลงานด้านการตลาดออนไลน์แบบครบวงจร

Work360 ใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น
อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และนโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)

scroll to top