Close

คัมภีร์การเขียนคำโฆษณาออนไลน์

โฆษณาออนไลน์

คำโฆษณามีความสำคัญต่อการเข้าใจประเด็นและโน้มน้าวผู้เข้าชมออนไลน์ได้ดีขึ้น ทักษะการเขียนคำโฆษณาของคุณมีความสำคัญ จากคำกล่าวของ Nick Kolenda ที่ว่าการเขียนข้อความเป็นเรื่องยาก แต่การเขียนข้อความเพื่อโน้มน้าวใจนั้นยากกว่าการเขียนคำโฆษณาเป็นทั้งศิลปะและวิทยาศาสตร์

การเขียนคำ โฆษณาออนไลน์ เมื่อสิบปีที่แล้วไม่เหมือนในปัจจุบัน มีการเปลี่ยนแปลงมากมายตั้งแต่นั้นมาและต้องการมุมมองใหม่ๆ ซึ่ง Sheena White กล่าวไว้ว่า “หากการเขียนคำ โฆษณาออนไลน์ ของคุณไม่ดี แม้ว่าการตลาดจะดีแค่ไหน ยอดขายก็ไม่เพิ่มขึ้น” การเขียนคำโฆษณาที่โน้มน้าวใจจะดึงดูดผู้เข้าชมและทำให้พวกเขาสนใจและโหยหามากขึ้น Copywriting และ Content writing

Copywriting หรือ การเขียนคำโฆษณา คือ การเขียนคำโฆษณาที่มีวัตถุประสงค์เพื่อขายหรือโปรโมตสินค้าและบริการ

การเขียนคำโฆษณาหรือการเขียน copy ที่ดี คือ

  • ต้องดึงดูดความสนใจภายใน 2-5 วินาที
  • ต้องมีประโยชน์
  • ต้องมีส่วนร่วม
  • ต้องทำให้มั่นใจ

Content writing หรือ การเขียน Content คือ การเขียนที่เน้นเนื้อหาเป็นหลัก เพื่อดึงดูดความสนใจ ที่สำคัญที่สุดคือ ผู้เข้าชมต้องมีส่วนร่วมและเพิ่มคุณค่าให้กับพวกเขา รวมทั้งการทำ SEO (Search Engine Optimization) เพื่อให้ Content ติดอันดับการค้นหาในอันดับต้นๆ ของ Google

Content เป็นเครื่องมือในการทำการตลาดให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นธุรกิจใดก็ตาม เคล็ดลับสำคัญ ได้แก่

1. ผู้ชม

ต้องทราบกลุ่มเป้าหมาย เขียนให้ตรงกับสิ่งที่พวกเขาต้องการ

2. คุณค่า

ต้องแน่ใจว่าเนื้อหาของคุณมีประโยชน์สำหรับผู้ชม

3. ชัดเจน

ข้อความที่สื่อต้องไม่คลุมเครือหรือใช้ศัพท์เทคนิคมากเกินไป

4. ทำการวิจัย

แสดงให้เห็นว่าคุณใช้เวลาในการตรวจสอบและมีหลักฐานเกี่ยวกับสิ่งที่คุณค้นพบ การวิจัยจะช่วยให้งานของคุณมีข้อมูลมากขึ้น

5. ถูกต้องและจริงใจ

ไม่มีอะไรทำให้ผู้อ่านเชื่อใจได้มากกว่าความจริงที่เกิดขึ้นในเนื้อหาของคุณ

6. จดจำแบรนด์ของคุณ

เชื่อมโยงผู้อ่านเข้ากับแบรนด์ คือสิ่งที่จะช่วยสร้างความภักดีต่อแบรนด์ของคุณได้

7. Keywords

ที่สำคัญคือ ไม่ใช้คำซ้ำ ทำให้ไม่น่าสนใจและอาจซ้ำกับคู่แข่งได้

8. จำนวนคำ

Neil Patel ได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้และพบว่า บทความ 2,000 คำขึ้นไปจะมีประสิทธิภาพดีกว่าบทความที่สั้น เพราะหากเนื้อหาไม่สมบูรณ์อาจเป็นอันตรายมากกว่าเป็นประโยชน์

9. การมีส่วนร่วม

หากงานของคุณไม่น่าสนใจและผู้อ่านไม่มีส่วนร่วม การแชร์หรือแสดงความคิดเห็นก็จะมีไม่มากนัก อย่าใช้โซเชียลมีเดียเพียงเพื่อโปรโมตเนื้อหาของคุณเองเพียงอย่างเดียว

10. ความสม่ำเสมอ

คุณต้องเขียนสม่ำเสมอ เพราะจะช่วยในการจัดอันดับและยังช่วยให้แบรนด์ของคุณได้รับความนิยมอีกด้วย

เขียนยังไงให้เป็นกระแสนิยม

 สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ

1. วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย

เพื่อนำเสนอให้ตรงกับสิ่งที่พวกเขาต้องการและช่วยให้เข้าถึงแบรนด์สินค้าหรือบริการได้ง่ายขึ้น

2. สำรวจความต้องการ

มีเครื่องมือมากมายในการทำแบบสำรวจคำถามง่ายๆ 5-10 ข้อเพื่อทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับลูกค้าและแรงจูงใจของพวกเขา ได้แก่

  • อีเมล์ คุณสามารถส่งให้ลูกค้า เพื่อสำรวจความพึงพอใจสินค้าหรือบริการ และเพื่อเก็บข้อมูลเพิ่มเติม
  • แบบสำรวจหลังการซื้อ อะไรเป็นเหตุจูงใจในการซื้อครั้งนี้
  • แบ่งกลุ่มตามประสบการณ์การซื้อ โดยการแบ่งเป็นลูกค้าที่ซื้อครั้งแรก ซื้อซ้ำและไม่ซื้อ

3. ทำโพล

ทำโพลหรือแบบสำรวจป๊อปอัพที่มุมล่างซ้ายหรือขวาของเวปไซต์เพียงไม่กี่คำถาม เช่น เหตุผลการเข้าเยี่ยมชมเวปไซต์ เพื่อกระตุ้นความสนใจ

4. Pop-ups

ก่อนผู้เข้าชมจะคลิกออกจากเวปไซต์ของคุณ ป๊อปอัพจะปรากฏขึ้นเพื่อขอเหตุผลที่พวกเขาออกจากเวปไซต์ เพื่อให้คุณได้รับรู้ถึงข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อ, ความต้องการและความจำเป็นของผู้ชม

5. Focus group

  • ข้อดีของการทำ Focus group คือ
  • เป็นการรวบรวมความคิดเห็น, ความเชื่อและทัศนคติเกี่ยวกับบริษัท
  • เป็นการทดสอบสมมติฐานของคุณเกี่ยวกับตลาด
  • ได้รับข้อมูลเชิงลึก
  • ทำให้ทราบว่ากลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงคือใคร

6. การสัมภาษณ์

ไม่ว่าจะเป็นทางโทรศัพท์หรือต่อหน้า เพราะเสียงของลูกค้ามีความสำคัญอย่างยิ่งในการให้ข้อมูลเชิงลึกแก่คุณ เพื่อให้ทราบถึงความชอบ ไม่ชอบ หรือสิ่งที่ควรปรับปรุง

เคล็ดลับที่ควรพิจารณาเมื่อเขียนถึงบุคคล ได้แก่

  • เข้าใจสิ่งที่พวกเขากำลังมองหา
  • ดึงดูดความสนใจของบุคคลแต่ละประเภท
  • เชื่อมต่อและดึงดูดอารมณ์ส่วนตัว
  • หาความรู้เพิ่มเติม
  • นำเสนอข้อมูลที่ชัดเจนและรัดกุม
  • สนับสนุนข้อมูลที่ถูกต้อง
  • สร้างแรงจูงใจ

เขียนให้ดีต้องมีส่วนร่วม

สิ่งที่ต้องพิจารณา คือ

1. อารมณ์ร่วม

พาดหัวข่าวที่น่าสนใจมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการมีส่วนร่วมและจุดเริ่มต้นของเพจ แต่ละหัวข้อควรนำผู้เข้าชมไปอ่านสิ่งที่จะทำต่อไป Eddie Shleyner กล่าวไว้ว่า “ การซื้อสินค้าส่วนใหญ่ไม่ใช่การตัดสินใจอย่างมีเหตุผล ผู้คนซื้อตามความรู้สึกของพวกเขา ดังนั้นคำโฆษณาของคุณควรทำให้เกิดอารมณ์”

2. เข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภค

โดยพิจารณาจาก

  • ราคา ผู้เข้าชมจะรู้สึกอย่างไรกับการใช้จ่ายเงินจำนวนมากในข้อเสนอนี้
  • ลงทุน ความต้องการ เวลาและความยากง่ายในการเข้าถึงเป็นสิ่งสำคัญในการพิจารณา
  • มูลค่า มูลค่าสินค้าหรือบริการสามารถเพิ่มมูลค่าการรับรู้ในจิตใจของผู้เข้าชม โฆษณาของคุณต้องเป็นที่ดึงดูดอารมณ์ และเชื่อมโยงความรู้สึกกับสินค้าหรือบริการได้

การเขียนคำโฆษณาเพื่อสร้างตัวตน

โดยการรวบรวมข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ได้แก่ ข้อมูลด้านประชากร (อายุ,เพศ,รายได้ครัวเรือน, ขนาดครอบครัว, จำนวนบัตรเครดิต,ความชอบสื่อและอื่นๆ) ทำให้เห็นมุมมองที่ดีของลูกค้า  สามารถคาดเดาอายุและสุขภาพของพวกเขาได้จากรูปลักษณ์ภายนอก, สถานการณ์ครอบครัวและชีวิตสมรสจากการสนทนา, สภาพเศรษฐกิจจากการแต่งกายและพฤติกรรมของพวกเขา เป็นต้น

ข้อมูลทางจิตวิทยา (คุณค่า, พฤติกรรมบริโภค, กลไกการตอบสนอง, ความกลัว, ความสนใจ, แรงจูงใจและอื่นๆ) คุณสามารถรวบรวมข้อมูลบางส่วนจากการสังเกตและคาดการณ์เพิ่มเติมได้ผ่านการพูดคุย, สัมภาษณ์และการสำรวจความคิดเห็น

ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณสร้างตัวตนที่เหมาะสมสำหรับตลาดนั้นๆ เพื่อให้การขายง่ายขึ้น

Resource: https://www.invespcro.com/blog/the-ultimate-guide-to-persuasive-online-copywriting/

ทีมแอดมินของ Work360 ติดตามและรวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจ สรุปและนำเสนอให้เข้าใจแบบง่าย ๆ ตรงประเด็น

Work360 ใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น
อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และนโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)

scroll to top