Close

วิธีขายของราคา 40 ล้านเยน ด้วยแก้วกาแฟราคา 400 เยน

วิธีขายของราคา 40 ล้านเยน ด้วยแก้วกาแฟราคา 400 เยน

สรุปหนังสือ วิธีขายของราคา 40 ล้านเยนด้วยแก้วกาแฟราคา 400 เยน จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการทำโมเดลธุรกิจที่สร้างกำไรแบบเข้าใจง่ายที่สุด จะออกสไตล์ที่แบบว่าเป็นเรื่องเล่าสตอรี่ มีตัวเอก มีตัวละคร ระหว่างการเล่าเรื่องก็จะมีเคล็ดลับ มีหลักวิชาการแทรกอยู่ตลอดเวลาครับ

สรุปนี้เราจะ ไม่ได้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับตัวละครนะครับ สั้น ๆ ว่าเป็นเรื่องราวของที่ปรึกษาทางธุรกิจที่ได้มีโอกาสมาชิมข้าวแกงกระหรี่ที่ร้านนึง แล้วพบว่าเจ้าของร้านดูเป็นคนขยันมาก แล้วก็เปิดร้านตั้งแต่เช้าจนดึก แต่กลับพบว่าร้านยังไม่สามารถทำกำไรได้อย่างเท่าที่ควร แล้วปรากฏว่าครอบครัวที่เป็นเจ้าของร้านนี้ก็มีปัญหามีการแยกกันอยู่ระหว่างสามีภรรยา

ที่นี้ก็เป็นเรื่องละ ที่ปรึกษาคนนี้เนี่ยอยากจะช่วยเหลือ ตอนแรกก็แค่เล่าให้ฟังแต่พอเห็นเจ้าของร้านมีความอยากรู้อยากเห็นมากขึ้น มีความอยากจะประสบความสำเร็จ ที่ปรึกษาเราก็เลยค่อย ๆ เล่าเรื่องต่าง ๆ ให้ฟัง ก็จะมีแง่คิดดีๆสอดแทรกอยู่ระหว่างทาง เราสรุปมาเป็นข้อๆดังนี้ครับ

ในทางธุรกิจ ความพยายาม
ไม่ใช่สิ่งที่ช่วยให้สร้างกำไรได้
เราจะสร้างกำไรได้สำเร็จ
ก็ต่อเมื่อมีระบบในการสร้างกำไร

บทที่ 1 ร้านคาเฟ่กับความทุกข์ทรมาน 3 อย่าง

เคยเห็นใช่ไหมคะที่ร้านกาแฟเนี่ยเปิดมาแล้วแต่กลับไม่มีกำไรอย่างเท่าที่ควร ความทุกข์ทรมาน 3 อย่างของร้านกาแฟหรือร้านคาเฟ่ ร้านอาหารทั่วไปเลยคือ
1. ค่าเช่าที่แพง
2. ต้นทุนสูงและ
3. อัตราหมุนเวียนของลูกค้าต่ำ

ต่อให้ต้นทุนสูงแต่ถ้ามีกลยุทธ์ที่ยอดเยี่ยมก็ไม่เป็นปัญหา

  • วิธีที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งในการพัฒนาร้าน
    ก็คือลองไปสำรวจ ร้านดัง ๆ
    ดูจะได้เรียนรู้อะไรบ้าง
  • เรื่องของราคาก็มีส่วนอยู่
    แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ
    การจงใจสร้างแถวคนรอคิว
  • ถ้ามีกลยุทธ์ในการเพิ่ม
    อัตราการหมุนเวียนของลูกค้า
    และใช้วิธีเอากำไรน้อย
    เพื่อเน้นปริมาณการขาย
    กำไรก็จะสูงเพิ่มขึ้น
  • ถ้ามีกลยุทธ์ต่อให้ต้นทุนสูงจนทำให้
    กำไรต่อจานต่ำก็ไม่มีปัญหา
  • การตอบสนองความต้องการของลูกค้า
    เป็นเรื่องที่ดีแต่มันอาจจะทำให้
    สถานการณ์ของร้านแย่ลงได้
  •  keyword สำคัญของบทที่ 1 ก็คือ
    อัตราการหมุนเวียนของลูกค้า หรือ
    อาจจะหมายถึงการซื้อซ้ำด้วยก็ได้

บทที่ 2 ระหว่างน้ำผึ้งกับอัญมณีสิ่งไหนสร้างกำไรได้มากกว่ากัน

  • โมเดลธุรกิจเป็นสิ่งที่คุณต้องมองให้ออก
    เวลากำลังจะศึกษากับธุรกิจไหนก็ตาม
    ต้องมองให้ทะลุว่า เขาทำธุรกิจนั้น
    เขาได้กำไรมาจากอะไรอย่างไร
  • การสร้างกำไรง่ายนิดเดียว
    ถ้าเข้าใจโมเดลธุรกิจ
  • ต้องคิดจากใจจริงก่อนว่าเราทำได้
    มันง่ายนิดเดียว แต่นี้ไม่ใช่หลักจิตวิทยา
    ที่ว่าแค่มีความเชื่อมั่นหนทางก็เปิดออก
    เราต้องเชื่อว่าทำได้
    แล้วเริ่มต้นสร้างระบบขึ้นมา
  • ตัวอย่างการขายอัญมณี
    ที่ได้กำไรต่อชิ้นเหมือนจะดูดี
    แต่สุดท้ายแล้วกลับแพ้การขายน้ำผึ้ง
    ที่แม้ว่าจะขายราคาถูกก่อนในตอนแรก
    แต่กลับมีสินค้าที่กำไรสูงขายตามให้
    แล้วสร้างยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง
  • เราเรียกว่าเป็นการสร้างระบบที่
    ทำให้ลูกค้าซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง
  • จำไว้ว่าสิ่งสำคัญคือ เราต้องเลือก
    ทำธุรกิจที่สามารถสร้างกำไรได้
  • ลองเปลี่ยนความคิดว่าตัวเองทำได้ดูสิ
    แล้วตั้งคำถามดีๆกับสมองของตัวเอง
  • ถึงจะกังวลไปก็หาทางออกไม่เจอหรอก
    เราต้องเริ่มคิด และตั้งคำถาม
    อยากให้ร้านนี้มีกำไร
    จะทำอย่างไรและทำอะไรได้บ้าง
  • ระหว่างน้ำผึ้งกับอัญมณี
    สิ่งไหนจะสร้างกำไรได้มากกว่ากัน
    ความจริงมันขึ้นอยู่กับว่า
    ระบบในการสร้างกำไร
    ของธุรกิจไหนดีกว่ากัน
  • เราจะทำกำไรได้ก็ต่อเมื่อ
    มีระบบในการสร้างกำไร
  • สิ่งสำคัญคือ ต้องมองสิ่งต่าง ๆ
    โดยละทิ้งสามัญสำนึกในอดีต
    และอคติให้หมดไปเสียก่อน

บทที่ 3 ระบบที่ทำให้ลูกค้าจ่ายเงินแบบไม่รู้ตัว

  • Keyword สำคัญคือ ความต่อเนื่อง
  • สร้างระบบที่ทำให้ลูกค้าจ่ายเงินอย่างต่อเนื่องแบบไม่รู้ตัว ฮัมปุไค คือการซื้อสินค้ารูปแบบหนึ่ง ลูกค้าต้องสมัครสมาชิก เพื่อซื้อสินค้ากับทางร้านก่อน จากนั้นทางร้านจะส่งสินค้ามาให้ทุกเดือน โดยสินค้าในแต่ละเดือนจะแตกต่างกันไป ซึ่งมันต่างจากการซื้อสินค้าแบบระยะยาว ที่ลูกค้าจะได้รับของแบบเดิมทุกครั้ง
  • ร้านขนมหวาน ที่เชฟมีความสามารถด้านการทำขนมหวานอย่างมาก แต่เขาก็รู้ตัวว่า เขาไม่สามารถสร้างความแตกต่างด้านรสชาติอย่างเด่นชัดได้ จึงจะต้องคิดค้นองค์ประกอบอื่นในการเอาชนะใจลูกค้า เช่นการออกแบบร้านที่สวยกว่าร้านอื่น ๆ การใช้ระบบการสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้า การทำระบบอีเมลติดตามลูกค้าอย่างต่อเนื่อง สิ่งเหล่านี้ช่วยให้เขาสร้างความแตกต่างให้กับร้านขนมหวานได้
  • บางครั้งลูกค้าก็ไม่รู้ว่า
    ร้านเรามีอะไรขายบ้าง
    ถ้าเราไม่มีวิธีที่จะบอก
  • หากมีสินค้าที่สามารถทำให้ลูกค้าซื้ออย่างต่อเนื่อง ธุรกิจก็จะแข็งแกร่ง ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือ บริษัทต้องสร้างระบบที่ทำให้ลูกค้า ซื้อสินค้าแบบระยะยาวขึ้นมาให้ได้
  • กรณีที่สินค้าของคุณเป็นสินค้าที่ลูกค้าไม่ค่อยซื้อบ่อย ๆ ลองแก้ปัญหาด้วยการขายสินค้าแบบฮัมปุไค เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้ากล้าที่จะสมัครสมาชิกับคุณ สินค้าชิ้นแรก ต้องมีพลัง มีจุดขายที่ดีพอ

บทที่ 4 วิธีขายของราคา 40 ล้านเยนด้วยแก้วมัคราคา 400 เยน

  • เรื่องราวของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ที่จัดเปิดรับสมัครงานให้พนักงานรุ่นใหม่ ๆ คนรุ่นใหม่จบใหม่เข้ามาสมัครงาน แล้วมีการแสดงวิสัยทัศน์ของบริษัท มีการนำเสนอของผู้บริหาร ทำให้เกิดความประทับใจในหมู่คนรุ่นใหม่
  • จากนั้นบริษัทมีการแจกแก้วมัค คุณภาพดี ให้กับคนที่มาร่วมงานและให้คูปองส่วนลดในการซื้อสินค้าเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ของบริษัทกับไปโดยบอกว่า ฝากให้คุณแม่ด้วยนะ
  • สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เรียกว่า เหยื่อล่อ เป็นเหยื่อล่อที่ใช้สำหรับชวนให้ซื้อสินค้าหลัก เหยื่อล่ออาจจะเป็นสินค้าตัวอย่าง อาจจะเป็นของแจกฟรี หรือจะเป็นสินค้าราคาถูก เพื่อนำไปสู่สินค้าราคาแพง
  • เหยื่อล่อ อาจจะเป็น สถานที่ ที่คนมาแล้วรู้สึกว่านาน ๆ ทีมาทีจำเป็นจะต้องซื้อของฝากกลับไป กลยุทธ์นี้ เป็นท่าไม้ตาย ของธุรกิจในแหล่งท่องเที่ยว
  • สินค้าหลักที่สามารถสร้างกำไรได้ อย่างเป็นกอบเป็นกำ ถ้าไม่ใช้สินค้าที่มีราคาสูง ก็ต้องเป็นสินค้าที่ ลูกค้าสามารถซื้ออย่างต่อเนื่องในระยะยาวได้
  • บริษัทอสังหานั้นเมื่อมีคนสนใจมาดูเฟอร์นิเจอร์ เขากลับพาลูกค้าไปดูบ้านตัวอย่าง และให้เห็นภาพรวมของบ้านทั้งหลัง สุดท้ายเขาก็ชวนคนที่มาดูเฟอร์นิเจอร์เข้าร่วมงานสัมมนาวางแผนการเงินสำหรับคนรุ่นใหม่ สำหรับคนที่กำลังเริ่มสร้างครอบครัว และสุดท้ายก็เริ่มปิดการขายบ้านได้ ทั้งที่เริ่มจากการแจกแก้วแค่นั้นเอง

สภาพแวดล้อมรอบตัวเรา
มีเหยื่อล่อทางการตลาดมากมาย
ลองหลับตาแล้วนึกดู
คุณก็จะพบว่ามันมากจริงๆ

บทที่ 5 กลยุทธ์ในการใช้ประโยชน์จากลูกค้า

  • เมื่อลูกค้ามีความสุข
    ก็จะช่วยทำประโยชน์ให้กับทางร้านด้วย
  • ธุรกิจจำเป็นต้องแบ่งระดับของลูกค้า
  • วางแผนใช้ประโยชน์จากกลุ่มลูกค้า
    ที่เป็นระดับสาวกหรือแฟนพันธุ์แท้
  • ตั้งสิทธิพิเศษ สร้างบรรยากาศ
    สำหรับคนพิเศษให้กับพวกเขา
    แล้วพวกเขาจะตอบแทนคุณอย่างคุ้มค่า

บทที่ 6 วิธีเอาชนะของบริษัทขนาดเล็ก

  • อย่าถอดใจหรือคิดว่าตัวเองทำไม่ได้ ถึงจะกังวลไปก็หาคำตอบไม่ได้หรอก วิธีเดียวที่ทำได้คือตั้งคำถามดี ๆ กับสมองอย่างต่อเนื่อง สมองก็จะพยายามหาคำตอบออกมา
  • เติบโตอย่างรวดเร็วด้วยกลยุทธ์ Number One
  • คนทำธุรกิจนั้นมีมากมายที่เรียนรู้อย่างเยอะ
    แต่สิ่งที่สำคัญคือการสร้างผลงาน
    การลงมือทำจริงต่างหาก
    ที่ทำให้เรามีความรู้อย่างแท้จริง
  • สิ่งสำคัญในการทำธุรกิจ โดยเฉพาะในตอนเริ่มต้นทำธุรกิจ คือ การสร้างกำไร ถ้าทำธุรกิจแล้วไม่มีกำไรเลย สถานการณ์ของธุรกิจก็จะย่ำแย่ลงเรื่อยๆ
  • กำไรเป็นสิ่งสำคัญกว่ายอดขาย
    ห้ามคิดว่าทำไม่ได้เด็ดขาด
  • จงเป็นอันดับ 1 เป็น number one ด้านใดด้านหนึ่ง
  • การมีสาขามากที่สุด การเป็นร้านที่มีรสชาติอร่อยที่สุด การเป็นร้านที่เมนูมากที่สุด การเป็นร้านที่ตกแต่งสวยที่สุด แม้แต่การเป็นร้านที่ค่าจ้างพนักงานแพงที่สุด
  • กลยุทธ์ Dominant คือ
    การสร้างสถานะที่เหนือกว่าคู่แข่ง
    เช่นการขยายสาขาจำนวนมาก ๆ
    จนมีอิทธิพลเหนือคู่แข่ง
  • การเป็น number one มีผลพลอยได้
    คือจะมีคนกล่าวถึงเรามากขึ้น
    โดยที่เราไม่ต้องลงทุนทำโฆษณา
  • ไม่ว่าธุรกิจจะอยู่ในสถานการณ์แบบไหน เพียงแค่ครองอันดับ 1 ของพื้นที่ ก็จะสามารถสร้างกำไรได้อย่างง่ายดาย ถ้าเป็นอันดับ 2 อาจพอสร้างกำไรได้บ้าง แต่ถ้าเป็นอันดับ 3 โครงสร้างกำไรได้ยากลำบากมาก
  • นักตกปลาต้องย้ายที่ไปเรื่อย ๆ
    เพื่อเลือกหย่อนเบ็ดในบริเวณที่มีปลา
  • การจำกัดพื้นที่ ถือเป็นประเด็นสำคัญ สำหรับกลยุทธ์โดมิแนนท์ก็จริง แต่ยังมีวิธีอื่นอีกสำหรับการสร้างกลยุทธ์นัมเบอร์วันขึ้นมา เช่นการสร้างความแตกต่างด้านเป้าหมาย
  • เป้าหมายจริง ๆ ไม่ได้อยู่ที่การมีส่วนแบ่งการตลาดมากเป็นอันดับหนึ่ง แต่เพื่อให้ได้เป็นบริษัทอันดับ 1 อย่างมั่นคง จึงใช้วิธีกลยุทธ์โดมิแนนท์ โดยการเพิ่มสาขาในพื้นที่ 1 ให้มากที่สุด แล้วจึงค่อยเอาชนะคู่แข่งในวงการเดียวกันด้วยราคาที่ถูกที่สุด
  • การลดราคาไม่ได้เป็นการทำสงครามราคาระยะสั้น แต่คาดหวังผลระยะยาว ว่าเมื่อบริษัทครองส่วนแบ่งการตลาดได้มาก ก็สามารถเป็นผู้นำในการกำหนดราคาในพื้นที่นั้นได้
  • กลยุทธ์ที่ทำให้ธุรกิจเติบโตนั่น
    คือการเป็นผู้นำด้านราคา
  • บริษัทเล็ก ๆ มีวิธีการเอาชนะ
    ในแบบบริษัทเล็ก ๆ สิ่งสำคัญคือ
    เป็นอันดับ 1 ในเรื่องอะไรสักเรื่อง
  • สิ่งสำคัญที่สุดในการสร้างกำไรก็คือ
    การทำให้ลูกค้ามีความสุข
    การทำธุรกิจเท่ากับการขายความสุข 

ภาพรวมของหนังสือเล่มนี้ เน้นไปที่สอนให้เราคิด วางแผน สร้างโมเดลธุรกิจที่ต้องทำให้สามารถสร้างกำไรได้จริง เพราะจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย ถ้าทำงาน หรือทำธุรกิจแล้ว ไม่มีกำไร แนวคิดคล้าย ๆ กันนี้ พบได้ในหนังสืออีกหลาย ๆ เล่ม เช่น Subscribed หรือ ศิลปะการสร้างกำไร

ที่สำคัญเลย ความประทับใจส่วนตัว กับเนื้อเรื่องของหนังสือ แม้จะเป็นหนังสือธุรกิจ แต่เรื่องเล่าที่แต่งขึ้นเพื่อสอนแนวคิดทางธุรกิจ กลับมีพล็อตเรื่องที่น่าประทับใจ มีความน่ารัก ซ่อนอยู่ในนั้น เพื่อน ๆ คนไหนมีครอบครัวแล้ว และกำลังทำธุรกิจสร้างเนื้อสร้างตัว อ่านเล่มนี้แล้วน่าจะประทับใจไม่น้อยเช่นกัน

การสร้างกำไร ง่ายนิดเดียว

ท่องไว้ให้ขึ้นใจครับ

Work360 Founder : Online Marketing Partner : สอนการตลาดออนไลน์ ให้คำปรึกษา และบริการดูแลงานด้านการตลาดออนไลน์แบบครบวงจร

Work360 ใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น
อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และนโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)

scroll to top