เขียนอย่างไรให้แชร์กระจายบนโลกออนไลน์

หัวใจสำคัญของการตลาดออนไลน์

2016-09-19_22-32-24

ในกลยุทธ์การตลาดไม่ว่าจะออนไลน์ หรือออฟไลน์ การหาคนเข้าระบบ หรือการหาทราฟฟิกเข้าระบบ เป็นเรื่องสำคัญมากลำดับต้นๆ ไม่ว่าหน้า Salepage ของคุณจะเขียนได้เทพแค่ไหน สินค้าหรือบริการจะยอดเยี่ยมขนาดไหน แต่ถ้าไม่สามารถเข้าถึงคนได้ ย่อมไร้ค่าอย่างสิ้นเชิง

แล้วจะทำอย่างไรให้คนเข้าเว็บล่ะ ต้องย้อนกลับไปก่อนว่า ทำไมต้องเข้าเว็บ แค่แฟนเพจไม่พอหรือ การตลาดออนไลน์แค่แฟนเพจอย่างเดียวไม่พอครับ เว็บไซต์ยังเป็นสิ่งสำคัญมากที่สุดที่คุณต้องมี สารพัดโซเชี่ยล ควรพาคนเข้าระบบ โดยมีเว็บไซต์เป็นศูนย์กลาง ตามภาพ Sales Funnel ด้านล่าง ที่เป็นทฤษฎีพื้นฐาน ส่วนนักการตลาดคนอื่นจะเรียกชื่อใหม่เท่ห์ๆ ว่าอย่างไร ก็มาจากพื้นฐานนี้เช่นกันครับ

วงจรการขาย

ประเด็นสำคัญคือ คุณทำกรวยด้านล่างได้สุดยอดแค่ไหน ถ้าด้านบนสุดของคุณมีคนเข้ามาน้อย ก็ลำบากล่ะครับ ยุคนี้ถ้าการตลาดออนไลน์ก็ไม่พ้นสื่อโซเชี่ยลต่างๆ เช่น Facebook Youtube Twitter Instagram แต่จะเลือกสื่อใดก็ต้องดูตามตลาดที่คุณต้องการว่า พวกเขาใช้อะไรกัน เช่น คนไทย ก็หนีไม่พ้น Facebook ที่มาอันดับ 1

สอนฟรีการตลาดออนไลน์

สารพัดเครื่องมือ ให้คุณเลือกใช้
เลือกที่เหมาะสมกับตลาดและธุรกิจของคุณ

ถ้าเป็นสมัยก่อนที่อัตราการเข้าถึงค่อนข้างดี ก็แค่โพสต์ไป ก็มีคนเห็นได้ ทำโฆษณานิดหน่อย สร้างฐานแฟนไว้ เก็บไว้ใช้ต่อยาวๆได้ แต่ปัจจุบัน ทุกอย่างมีค่าใช้จ่าย และไม่ใช่แค่มีเงินจ่าย แล้วจะได้ผลตามที่ต้องการ ต้องมีเทคนิค มีการปรับปรุง ติดตามผลสม่ำเสมอ แต่วิธีที่ยังใช้ได้ต่อเนื่องและฟรี คือการแชร์

การแชร์ต่อของผู้เข้าชมแฟนเพจ (หมายความว่าต้องมีกลุ่มคนเห็นกลุ่มแรก) จะเกิดจากกลุ่มแฟนพันธุ์แท้ที่ติดตามแฟนเพจของเรา และมักเห็นโพสต์ล่าสุดของเราเสมอ ถ้าเขาถูกใจ เขาจะแชร์ต่อ ถ้าคุณยังไม่มีแฟนกลุ่มนี้ ก็อาจจะต้องซื้อโฆษณาโปรโมทโพสต์เพื่อเพิ่มอัตราการเข้าถึงในช่วงแรกก่อน และถ้าบทความคุณดี มีประโยชน์ คนจะช่วยแชร์ต่อเอง และถ้าเป็นเรื่องในกระแส ยิ่งไปได้เร็วครับ

การเลือกกลุ่มคนที่เราจะโปรโมทให้เขาเห็นตอนแรก เป็นสิ่งสำคัญ ถ้าเลือกได้ตรงเป้าหมาย โอกาสที่คนอ่านจะประทับใจ แล้วแชร์ต่อย่อมมีสูงกว่า ถ้าคุณเขียนบทความเรื่องความสวยงาม แต่เนื้อหาไปโผล่ที่ผู้ชาย คงไม่ค่อยได้ผลนัก ถ้าเลือกกลุ่มเป้าหมายเป็นเฉพาะผู้หญิง ย่อมน่าสนใจกว่า

2016-09-28_22-13-15

ตัวอย่างการแชร์ 831 ครั้ง
แต่เข้าถึงคนไปมากถึง 72,623
โดยที่ไม่ได้ซื้อโฆษณาเลย
และจำนวนคนไลค์เพจมีแค่ 834 คนเท่านั้น

2016-09-28_22-12-43

ตัวอย่างการเข้าถึงของเพจที่มียอดไลค์เพียง 834 ไลค์

สองภาพด้านบนคือภาพต้วอย่างของการเข้าถึงจากเพจที่มียอดไลค์เพียง 834 ไลค์ เนื้อหาที่ดี มีประโยชน์ จะเข้าถึงคนได้มาก หรือมีเหตุผลอื่นอยู่เบื้องหลังผลลัพธ์นี้ หัวใจสำคัญคือ การมียอดแชร์ที่เยอะมาก

2016-09-28_22-24-43

สถิติการแชร์มากสุดที่ผมเคยทำได้
169,513 แชร์
และยังคงมีการแชร์ การคอมเม้นต์อยู่ตลอด
โดยไม่ได้ใช้การโฆษณาเลย

2016-09-28_22-25-29

การแชร์ต่อมากๆ ยังส่งผลดีแบบน่าตกใจ ในเพจตัวอย่างที่นำเอาสถิติมาฝากคือเพจรวยเพื่อลูก ในเดือนที่โพสต์บทความนี้ไปแล้วมีการแชร์เกือบสองแสนครั้ง มียอดไลค์เพจเพิ่มจากสามพันกว่า เป็นเกือบๆ สี่หมื่น ภายใน 24 ชั่วโมง ไม่ใช่ทุกบทความที่มีคนแชร์จะพาคนกลับมาไลค์เพจต้นทางได้ อย่างตัวอย่างจากโพสต์ด้านบน ก็เพิ่มสามร้อยกว่าเป็นแปดร้อยกว่าเท่านั้นเอง แต่ที่เพจรวยเพื่อลูกที่ปัจจัยที่ทำให้คนติดตามคือ

ความชัดเจนของเนื้อหา
ที่เกี่ยวข้องกับคุณแม่ทำงาน
และการเลี้ยงลูก การดูแลลูก
ซึ่งเป็นเนื้อหาเดียวกับโพสต์ที่ถูกแชร์

2016-09-28_22-26-49 2016-09-28_22-27-12

อ่านมาถึงตรงนี้เพื่อนๆคงทราบแล้วว่าการแชร์ต่อสำคัญแค่ไหน อีกประเด็นคือ เมื่อ Facebook ลดการแสดงผลจากเพจในหน้าไทมไลน์ของผู้ใช้ แล้วเอาโพสต์จากเพื่อนมาให้เราดูมากขึ้น นี่คือหัวใจเลย ถ้าเพื่อนเขาแชร์โพสต์ของเพจเราไป เพื่อนของก็จะเห็นโพสต์จากเพจเราเช่นกัน

เขียนอย่างไรให้คนแชร์

กูรูหลายคนพาดหัวบทความตนเองแบบนี้ แต่เนื้อหาด้านในก็ไม่มีอะไรมาก มักบอกแค่ เขียนสิ่งที่เป็นประโยชน์ เขียนเป็นคำถาม เขียนเชิญชวนให้คนแชร์ เป็นต้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้องละครับ ไม่ใช่เรื่องผิดที่เคล็ดลับ จะไม่ใช่อะไรที่แปลกใหม่ แต่ความลับของเคล็ดลับคือ ความสม่ำเสมอ และความตั้งใจในการเขียนครับ

ตัวอย่างสถิติและภาพผลลัพธ์ที่นำมาแชร์ เพื่อที่จะให้เพื่อนๆเห็นความสำคัญครับ ถ้าจะทำการตลาดกับแฟนเพจ ต้องตั้งใจทำ ความพยายามในการเขียนบทความคุณภาพเพียงบทความเดียว มีค่ากว่าการเขียนโพสต์ให้จบๆไปร้อยครั้งครับ หลายครั้งที่ผมสอนในห้องแล้วผู้เรียนไม่ได้เอากลับไปทำ เพราะเขาไม่เห็นความสำคัญของการมีบทความคุณภาพ ว่าจะช่วยสร้างยอดขายให้เขาได้อย่างไร

สรุปขั้นตอนการเขียนที่ได้ผลแน่นอน

  1. ทุกครั้งที่จะเขียน ถามตัวเองเสมอว่า จะเขียนบทความนี้ทำไม เพื่ออะไร ให้ใครอ่าน แล้วหวังผลอย่างไร
  2. เมื่อเขียนเสร็จ ให้อ่านซ้ำ แล้วอ่านซ้ำ จนกว่าจะมั่นใจว่ามันดีพอ
  3. รูปภาพที่ใช้ สำคัญมาก อย่าใช้รูปฟรีที่หาได้ทั่วไป ถ้าเป็นรูปฟรี ก็ต้องฟรีแบบที่ตั้งใจหามา และมีการตัดต่อให้เหมาะสม มีเอกลักษณ์ มีความต่างจากที่คนอื่นเคยเอาไปใช้ แต่ถ้าจะให้ดี ถ่ายเองดีที่สุดครับ
  4. ประโยคเด็ดๆ เรียกลูกค้า สั้นๆ ไม่ต้องยาว เขียนไว้ในรูป รูปสวยทำให้คนหยุดดูได้ แต่ประโยคเด็ดๆ จะทำให้คนคลิกอ่านต่อได้ครับ
  5. บรรทัดแรกในโพสต์สำคัญที่สุด ลองขึ้นต้นด้วยประโยคคำถาม หรือขึ้นต้นด้วยผลลัพธ์ที่ผู้อ่านจะได้รับ และสี่บรรทัดแรกคือส่วนที่ปรากฏให้คนอ่านได้อ่านก่อน ถ้ามัดใจเข้าได้ ถ้ากระตุ้นความสนใจเขาได้ เขาจะกดอ่านต่อ
  6. ปิดท้ายบทความด้วยการเชิญชวนให้กดไลค์หรือกดแชร์ และชวนให้ติดตามเพจเราต่อ หรือมีบทความ มีลิงค์ไปที่อื่นแนะนำต่อเนื่อง
  7. เข้าใจจิตวิทยาพื้นฐานที่ทำให้คนแชร์ต่อ สรุปจากประสบการณ์ตรงของผมเอง
    1. แชร์ต่อเพราะมีประโยชน์ต่อตัวเอง
    2. แชร์ต่อเพราะมีประโยชน์ต่อคนรอบข้าง
    3. แชร์เก็บไว้อ่าน เพราะเนื้อหาเยอะอ่านไม่หมด
    4. แชร์ไปเพื่อแสดงภาพพจน์บางอย่างเช่นแชร์สินค้าแพงๆ สถานที่ท่องเที่ยวหรูๆที่ไปมา
    5. แชร์เพื่อต้องการสื่อความกระทบใครบางคน เช่น บทความเรื่อง 10 นิสัยหัวหน้าที่ลูกน้องรัก มักจะทำให้ลูกน้องแชร์กันกระหน่ำ ลองคิดดูว่าในธุรกิจของคุณจะเขียนบทความอะไรได้บ้าง
    6. แชร์ต่อเพราะความสงสาร เพราะรู้สึกมีส่วนร่วมกับเรื่องในบทความ โมโห เห็นด้วย เป็นต้น
  8. คิดเรื่องที่จะเขียน แล้วจดบันทึกไว้เสมอ เพราะไอเดียดีดี มักมาตอนคุณไม่ได้พร้อมจะเขียน การจดบันทึกไอเดีย คือที่มาของสุดยอดบทความ การลงมือเขียนโดยที่ไม่รู้ว่าจะเขียนอะไร ผลที่ได้มักเป็นอะไรที่ทำให้มันเสร็จๆไป

หมดแค่นี้หรือ ครับ หมดแค่นี้เอง เท่านี้ก็ทำให้เพื่อนๆสามารถสร้างบทความชั้นยอดได้แล้ว แต่ก็มีเทคนิคลับสุดยอดอีกบ้างที่อาจจะไม่สะดวกเขียนไว้ที่นี่ ถ้าใครสนใจตามมาศึกษาในคอร์สสัมมนาที่ผมจัดขึ้นได้ครับ อ่านรายละเอียดได้ที่นี่ครับผม Workshop จับมือลุยตลาดออนไลน์

อ่านบทความนี้แล้วอย่าลืมติดตามกันได้ที่เพจ การตลาดออนไลน์สำหรับSMEs อัพเดตเรื่องราวการตลาดได้ที่นี่ครับผม

Loading Facebook Comments ...

Leave a Reply

ทดสอบ pop up

ทดสอบระบบ pop up

×