5 ข้อต้องรู้ก่อนทำโฆษณาบนเฟสบุ๊ค ถ้าไม่อยากจุกเพราะยอดหายละลายทุน!!

สุดยอดปัญหาโลกแตกของชาวพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่พบในปัจจุบัน เชื่อว่าคงหนีไม่พ้นการซื้อโฆษณาแล้วไม่ได้ยอดยิง Ad เท่าไร ก็ไม่ได้ผลลัพธ์ตามต้องการและงบประมาณบานเบอะเยอะกว่ายอดขายทุกเดือนๆ!! ซึ่งถ้าปล่อยไว้เรื้อรัง ธุรกิจที่หวังก็อาจพังลงได้วันนี้ เราเลยมีเทคนิคดีๆ เกี่ยวกับ 5 ข้อที่ต้องรู้ก่อนทำโฆษณาบนเฟสบุ๊ค มาฝากกันเพื่อช่วยให้ชาวพ่อค้าแม่ขาย มีกำไรเพิ่มขึ้นได้แล้วไม่ล้มละลายเพราะงบโฆษณา!!

  3

     1.ต้องรู้จักกลุ่มเป้าหมายของสินค้า

สำหรับพ่อค้าแม่ค้า ส่วนใหญ่แล้วมักจะติดกับดักความคิดที่ว่า “สินค้า” ของเรา ใครๆ ก็ใช้ได้!! ซึ่งในความเป็นจริงแล้วถึงแม้ใครๆ ก็ใช้ได้ แต่มันก็ไม่ใช่ทุกคนที่จำเป็นต้องใช้ หรือต้องการซื้อสินค้านั้นจริงๆ ดังนั้น ก่อนจะยิงโฆษณาบนเฟสบุ๊ค เราจำเป็นต้องรู้ให้ชัดว่า กลุ่มเป้าหมายแรก หรือ ลูกค้าคนแรกที่ต้องการสินค้านั้นจริงๆ ของเราเป็นใคร เพื่อจะได้ยิงให้ตรงกับคนที่เค้าต้องการ มันถึงจะเกิดยอดขาย เพราะคงเป็นไปไม่ได้ ที่ผู้ชายทั้งแท่ง จะกรี๊ดแรงกับโฆษณาขายยาเสริมอึ๋มมม!!

     2.ต้องรู้ว่าจะต้องทำ Content ยังไง ถึงจะขายได้

ข้อนี้สำคัญมากถึงมากที่สุด เพราะ Content คือสารหรือเนื้อหาที่จะเป็นตัวทำให้ลูกค้าตัดสินใจว่าจะซื้อสินค้าของเราหรือไม่ การทำโฆษณาบนเฟสบุ๊คมีหลายแบบ แต่ทุกแบบมีทิศทางเดียวกันคือ เป็นการทำให้ “สินค้า” ของเราถูก “มองเห็น” จากกลุ่มเป้าหมาย ดังนั้น ถ้าไม่รู้ว่าจะต้องทำเนื้อหายังไงให้โดนใจ  ต่อให้มีคนเห็นมากเท่าไร มันก็จะถูกนิ้วโป้งรูดผ่านไปอย่างไม่สนใจไยดี!!

ทั้งนี้ หลักสำคัญของการทำ Content  สำหรับขายของเพื่อให้คนตัดสินใจซื้อนั้น มีอยู่ง่ายๆ ด้วยกัน 3 ข้อคือ  ตีหัวด้วยผลลัพธ์ บอกสรรพคุณการแก้ปัญหา และกระตุ้นให้เห็นคุณค่าด้วยกำหนดระยะเวลาการได้ราคาโปรโมชั่น!!

     3.ต้องรู้จักข้อเด่นข้อด้อยของสินค้าตัวเอง

อย่างที่บอกไปในข้อ 2 ว่า  Content สำหรับขายนั้นสำคัญต่อการตัดสินใจซื้อ ดังนั้น การที่จะทำ Content ให้มัดใจลูกค้าได้ เราจึงจำเป็นต้องรู้จักข้อมูลของสินค้าเราให้ดีที่สุดก่อนเป็นอันดับแรกต้องวิเคราะห์จุดอ่อนจุดแข็งของผลิตภัณฑ์ตัวเองได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ซึ่งข้อดีของการรู้จักสินค้าตัวเองนั้น ก็คือ จะทำให้เรามองเห็นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นลูกค้าคนแรกของเราได้ชัดเจนและแม่นยำขึ้น เพราะเราจะรู้ว่า สินค้าของเราช่วยแก้ปัญหาอะไร ช่วยแก้ปัญหาของใคร และช่วยแก้ไขได้ดีมากแค่ไหน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้แหละ คือที่มาของเนื้อหา Content ที่จะกลายไปเป็นนางกวัก เรียกลูกค้าที่ต้องการสินค้าของเราจริงๆ ให้เข้ามาพิจารณาอ่านเนื้อหา จนตัดสินใจซื้อสินค้าในที่สุด!!

     4.ต้องรู้ว่าภาพโฆษณาสำคัญไม่แพ้สิ่งอื่น

หลายคนให้ความสำคัญกับ Content ให้ความสำคัญกับเทคนิคการทำโฆษณาต่างๆ มากมาย แต่กลับมาตายตรงไม่อยากเสียเงินไม่ยอมเสียเวลาพิถีพิถันทำภาพโฆษณาให้สวย ซึ่งนั่นเลยทำให้ความซวยบังเกิด!! เพราะภาพคือสิ่งที่จะหยุดทุกสายตาให้สนใจ ยกตัวอย่างไวๆ ก็ขอให้ลองนึกถึงร้านอาหารออนไลน์ดูก็ได้ครับ ที่บางร้านไม่ได้โด่งดังด้วยชื่ออะไรเลย แถมอยู่ในซอกซอยลึกลับซับซ้อนอีกต่างหาก แต่ภาพบนเฟสบุ๊คที่ใช้โฆษณานั้นโคตรสวย!! โคตรน่ากิน!! เห็นแล้วน้ำลายไหล!! จึงทำให้มีคนติดตามเพจเป็นจำนวนมาก และเมื่อเสพภาพชวนน้ำลายไหลนานพอ ในที่สุดก็อดใจไม่ไหว ต้องออกไปตามหาไป Check in ที่ร้านเพื่อลิ้มลองรสชาติให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต ทั้งนี้ ก็ไม่ใช่แค่เฉพาะกับสินค้าอาหารอย่างเดียวนะครับ แต่เป็นกับทุกสินค้าเลย ที่ยอดขายสามารถเพิ่มขึ้นได้จากการใช้ภาพโฆษณาสวยๆ อันนี้คือเรื่องจริงที่จริงที่สุด!! เพราะหลายครั้ง เราก็หลงซื้อสินค้าออนไลน์จากภาพสวย แต่สุดท้ายก็ต้องร้อง โอ้โห ไอ้……..!! หลังสินค้าส่งถึงบ้านแล้วมันโคตรห่วย!! ไม่ได้สวย ไม่ได้เป็นเหมือนในรูปแม้แต่นิดเดียว!!

     5.ต้องรู้ว่าครั้งเดียวบางทีก็ไม่พอ

หลายคนอาจคาดหวังว่าทำโฆษณาตัวเดียว Content เดียวแล้วมันจะเปรี้ยงงง!! ยอดขายทะลัก ทะลุเป้า ซึ่งในความเป็นจริงก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้นะครับ แต่ส่วนใหญ่มันจำเป็นต้องมีการสร้างความต้องการสินค้าขึ้นมาก่อนเสมอหรือง่ายๆ ก็คือ เราจำเป็นต้องสื่อสารกับลูกเพจเรามาแล้วประมาณหนึ่งเพื่อให้เกิดความเชื่อใจ และมั่นใจว่าสินค้าของเรานั้นมันน่าเชื่อถือ และในแง่ของการทำโฆษณา ถ้าจะให้ดีเราก็ควรมีโฆษณาหลายชิ้นหลายรูปแบบ เพื่อเป็นการทดสอบดูว่าโฆษณาแบบใด ถ้อยคำแบบไหนโดนใจผู้บริโภคมากที่สุด ซึ่งการทำแบบนี้ถึงแม้จะเหนื่อย แต่เอาเข้าจริงเราก็มีแต่ได้กับได้นะครับ

โดยได้ที่ 1 คือ เราได้กระจายความเสี่ยงค่าโฆษณาของเราไม่ให้จมไปกับโฆษณาอันใดอันหนึ่ง ซึ่งหลายครั้งเมื่อยิง Ad. ไปแล้วไม่ได้ผล แทนที่จะวิเคราะห์แล้วเปลี่ยนใหม่ หลายคนกลับตะบี้ตะบันเพิ่มงบเข้าไป จนสุดท้ายก็ไม่ได้อะไร แล้วต้องมานั่งกลุ้มใจว่าทำไมไม่มียอดขายเลยทั้งนี้สิ่งสำคัญที่ต้องทำหลังยิง Ad แล้วไม่ได้ผลคือ เราต้องกลับไปพิจารณาดูด้วยว่าเนื้อหาของโฆษณาเรามันดีจริงแล้วหรือยัง มันตอบโจทย์ แก้ไขปัญหาให้กลุ่มเป้าหมายแล้วหรือยังภาพมันโอเคแล้วหรือยัง  โดยดูจาก Engagement ที่เกิดขึ้นกับโพสต์ ไม่ว่าจะเป็น Comment / Inbox / Share เพราะสิ่งเหล่านี้บ่งบอกถึงความสนใจ สงสัย และพอใจในโฆษณาของเรา

อ่อ!! อย่าเผลอสนใจแต่ยอดไลค์นะครับ เพราะบางทีเราก็ไลค์ไปอย่างงั้น อารมณ์มือลั่น ทั้งที่ยังไม่ได้อ่านเลยก็มี!! นี่เองที่ถึงแนะนำว่า ถ้าจะทำโฆษณาให้ดี ก็ควรจะมีกลยุทธ์ มีรูปแบบที่หลากหลาย เพื่อยอดขายที่ดี และเพื่อการวิเคราะห์เก็บข้อมูลมาพัฒนาต่อไปด้วย ปัจจุบันโลกออนไลน์โดยเฉพาะเฟสบุ๊ค คือประตูโอกาสสำหรับทุกธุรกิจไม่ว่าจะร้านค้าใหญ่ๆ หรือเล็กๆ ทุกคนก็สามารถทำกำไรจากพื้นที่ตรงนี้ได้ และการทำโฆษณาถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่พ่อค้าแม่ค้าทุกคนควรเรียนรู้ให้เข้าใจ และไม่ควรมองข้ามเป็นอันขาด เพราะยิ่งเราเข้าใจมากเท่าไร ผลกำไรจาการขายของออนไลน์บนเฟสบุ๊คเราก็จะมีมากขึ้นเท่านั้น

 

 

 

Loading Facebook Comments ...

Leave a Reply

ทดสอบ pop up

ทดสอบระบบ pop up

×